สมัยเด็กๆจำได้ว่า เวลาเดินทางไปไหน (เดินเท้าจริงๆ) โดยเฉพาะแถวๆบ้านเรา
ชาวบ้านจะตั้งตุ่มน้ำ พร้อมฝาปิด แล้วก็มีกระบวยน้ำ
ทำด้วยกะลามะพร้าวเหน็บไว้ หรือคว่ำไว้บนฝาโอ่ง
เราเด็กๆผ่านไปหิวน้ำก็แวะดื่มกินได้ เป็นน้ำเย็นๆจากโอ่งดินเผา
สะอาดเย็นเป็นธรรมชาติจริงๆ
แม่เคยเล่าให้ฟังว่า สมัยท่านทำนา ท่านพูดเสมอว่า
"น้ำรอยตีนควายยังเคยกินมาแล้ว" (อธิบายนิดนึง
เผื่อคนรุ่นใหม่ๆผ่านมาอ่านเจอเข้า น้ำในรอยตีนควายนั้น หมายถึงน้ำใสสะอาด
ส่วนมากเราจะเห็นหลังฝนตกมาใหม่ๆ ความเดินบนคันนา หรือทางเดิน
ดินเหนียวจะทิ้งเป็นรอยไว้ พอฝนตกก็จะขังอยู่ในรอยตีนควาย เมื่อเวลาผ่านไป
น้ำก็จะใส กินได้จริงๆ)
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความติดดิน เป็นลูกชาวนาโดยแท้ แต่สมัยนี้รอยตีนควาย
คงจะหาได้ยากแล้ว และขืนไปกินน้ำตามรอยรถไถนา ก็คงจะไม่ไหว
เพราะนอกจากจะมีทั้งโคลนแล้ว ร่องรอยปุ๋ยที่หว่านกันกันทุกหัวระแหง
ก็คงจะดื่มกินไม่ไหวแน่ๆ
Adventure Valley
ขอเป็นโอ่งน้ำข้างทางที่ใสสะอาดแล้วกัน
เผื่อใครผ่านไปผ่านมาแวะ ก็จะได้ประโยชน์ตรงๆ
จะมีธุรกิจติดๆอยู่บ้างก็คงไม่ว่ากัน เพราะไม่ได้ลงทุนเพียงโอ่งกับน้ำเฉยๆ
ตอนเด็กๆ (ยกตัวอย่าง แต่ตอนเด็กๆสงสัยจะแก่แล้วซิเรา) สมัยช่วงเดือน 3 เดือน 4
มีงานสมโภชน์รอยพระพุทธบาท เวลานั่งรถผ่านแถวๆ "เขาเลี้ยว"
(ชื่อภูเขาก่อนถึงพระพุทธบาทแถวๆนั้น) รถจะหยุดให้เด็กๆ
ขึ้นเอาน้ำเย็นๆใส่น้ำยาอุทัยหมอมี มาบริการให้ฟรีๆ ส่วนคนแก่คนเฒ่า
ก็จะทริปด้วยเศษสตางค์บ้าง เราประสาเด็กๆก็ดื่มกินฟรี
น๊ะยุคนี้ น้ำขวดใสๆ 600 cc.
ก็ปาเข้าไปจะ 10 บาทแล้ว (พศ.2550) ไม่รู้รุ่นหลาน อาจจะปาไปขวด
3,000 ก็ได้ใครจะรู้ ใครสั่งน้ำกินทั้งขวดคงต้องรวยมาก
ถึงตอนนั้นคงจะแบ่งขายเป็นอึกๆหรือเปล่า ก็ไม่ทราบได้
ดังนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้น
ก็พอจะฟังขึ้นน๊ะ หากเราจะมีโฆษณาติดๆไว้บ้าง เพราะขืนให้ฟรีหมด
เราก็ลำบากเหมือนกันน๊ะ